LEH LADAKH ดินแดนแห่งเทือกเขาหิมะ
ทะเลสาบสีมรกตและวัฒนธรรมทิเบต
เลห์ ลาดักห์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 3,500 เมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมะหิมาลัย เทือกเขา Karakoram และเทือกเขา Kunlun เลห์ ลาดักห์ ขึ้นชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งเทือกเขาหิมะ ทะเลสาบสีมรกต และวัฒนธรรมทิเบตอันเก่าแก่” ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่ละแห่งล้วนมีความสวยงามและน่าสนใจ
DAY 1 Leh palace - Leh Main barzaar
เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นต่อเครื่องไปเมืองเลห์ ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ลาดักห์ เมื่อถึงเลห์ เช็คอินที่พักและพักผ่อนในเมือง เดินเล่นชมวิวรอบเมือง ถ่ายรูปกับ Leh Palace พระราชวังเก่าแก่ของเมืองเลห์ และ Leh Main Bazaar ตลาดเก่าแก่ของเมือง
ถ้าพูดถึงเมืองเลห์ รัฐลาดักห์ ประเทศอินเดีย สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็นพระราชวังเลห์ หรือที่เรียกกันว่า วังลาเชน ปัลการ์ นั่นเอง พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใจกลางเมืองเลห์ มองเห็นวิวเมืองและเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างสวยงาม
พระราชวังเลห์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยกษัตริย์ Tsewang Namgyal ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Namgyal ของลาดักห์ พระราชวังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ Namgyal เป็นเวลาหลายศตวรรษ ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างไปในศตวรรษที่ 20
DAY 2 City tour - Shey palace - Thiksey Monatery
เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองเลห์ อย่าง Shey Palace พระราชวังเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมือง Thiksey Monastery เขาว่าวัดนี้สวยสุดในเลห์และวิวหลังวัดอลังมาก วัดทิเบตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Shanti Stupa เจดีย์สีขาวที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Namgyal Tsemo Monastery วัดทิเบตที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นวิวเมืองเลห์ได้แบบพาโนรามา
-
Shey Palaceสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบทิเบตผสมผสานกับเปอร์เซีย มีลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีสันสดใส ภายในพระราชวังมีห้องโถงขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและงานแกะสลักไม้วิจิตรงดงาม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เส้นทางขึ้นไปยังพระราชวังเป็นทางลาดชัน ควรเตรียมรองเท้าที่ใส่สบายและน้ำดื่มให้เพียงพอ
-
Thiksey Monastery อารามตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นวิวทิวทัศน์ของหุบเขาอินดัสและเมืองเลห์อันสวยงาม อารามแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดพุทธศาสนาขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึงวัดพระเมตไตรยแดง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางพระศรีอริยเมตไตรยที่ใหญ่ที่สุดในลาดัก
-
Shanti Stupa เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งใน Leh นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมเจดีย์ได้ โดยใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20-30 นาที เส้นทางเดินขึ้นนั้นค่อนข้างชัน แต่วิวระหว่างทางคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน
DAY 3 Macnetic hill - Sindhu Ghat - Alchi - LamaYuru Moonland
เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ Magnetic Hill ถนนที่คนขับรถทุกคันจะต้องโชว์ดับเครื่อง ให้รถดูเหมือนว่าไหลไปได้เอง และไปต่อที่ Sindhu Ghat จุดตัดกันของแม่น้ำสองสี Alchi วัดทิเบตเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี LamaYuru Moonland ภูมิประเทศที่มีลักษณะคล้ายดวงจันทร์
- ภูเขาแม่เหล็ก (Magnetic Hill) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศทั่วโลก มีลักษณะเป็นเนินเขาที่เมื่อขับรถขึ้นไปแล้วดูเหมือนว่ารถจะแล่นขึ้นเนินได้เองโดยไม่ใช้แรง สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
- Sindhu Ghat ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสินธุ บนเนินเขาสูง มองเห็นวิวเมืองเลห์และเทือกเขาหิมาลัยได้แบบพาโนรามา
- LamaYuru Moonland เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นดินแดน ที่มีลักษณะเป็นเนินเขาหินทรายสีน้ำตาลแดง เรียงตัวกันสลับซับซ้อน คล้ายกับพื้นผิวดวงจันทร์ เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำเป็นเวลาหลายพันปี ทำให้เกิดเป็นรูปร่างแปลกตาและสวยงาม
DAY 4 Turtuk - Nubra Valley
เดินทางจากเลห์ไปหมู่บ้าน Turtuk หมู่บ้านชายแดนติดกับประเทศปากีสถาน ผ่านเส้น Kardung La Pass ซึ่งเป็นทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Nubra Valley หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา แม่น้ำ และภูเขาหิมะ
- Turtuk คือความสวยงามของธรรมชาติ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชัน รายล้อมไปด้วยภูเขาหิมะและทุ่งหญ้าเขียวขจี อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ Turtuk ยังเป็นหมู่บ้านที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ชาวหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธนิกายทิเบต ยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบดั้งเดิม พูดภาษาทิเบต และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของชาวทิเบต
-
Nubra Valley แห่งนี้มีชื่อเดิมว่า Ldumra แปลว่า “หุบเขาแห่งดอกไม้” แต่ด้วยความที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน แห้งแล้ง เต็มไปด้วยทะเลทรายสีขาว จึงถูกเรียกว่า Nubra Valley หรือ “หุบเขาสีขาว” แทน
Nubra Valley แห่งนี้เป็นดินแดนแห่งความแตกต่าง เต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ มีทั้งทะเลทรายสีขาว ทะเลสาบสีฟ้า ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และทุ่งหญ้าเขียวขจี
DAY 5 Diskit gompa - Hundar sand dunes - Pangong lake
เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใน Nubra Valley – Diskit Monastery วัดทิเบตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา Hundar Sand Dunes ขี่อูฐทะเลทรายทรายสีเหลืองทองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา
-
อารามดิสกิต (Diskit Monastery) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของหุบเขานูบรา รัฐลาดักห์ ประเทศอินเดีย เป็นอารามพุทธศาสนานิกายหมวกเหลือง (Gelugpa) ที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขานูบรา ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นวิวทิวทัศน์ของหุบเขาและเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างสวยงาม
-
เนินทราย Hundar Sand Dunes มีความสวยงามแปลกตา แตกต่างจากทิวทัศน์ทั่วไปในเลห์ที่เต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ที่นี่เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของทะเลทรายแบบแท้ ๆ มีทั้งเนินทรายสูงต่ำ สลับกับทะเลสาบสีฟ้าใส เรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเลยล่ะ
DAY 6 Pangong lake - Chang la pass - Hemis gompa
Pangong Lake ทะเลสาบสีมรกตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างอินเดียและประเทศจีน และเดินทางจาก Pangong Lake ไปหมู่บ้าน Hemis ผ่านเส้น Chang La Pass ซึ่งเป็นทางหลวงที่อยู่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์
- ทะเลสาบปันกอง (Pangong Lake) ทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยอันตระการตา น้ำในทะเลสาบปันกองเป็นสีมรกตใสราวกับคริสตัล เกิดจากแร่ธาตุต่างๆ ที่ละลายอยู่ในน้ำ บวกกับแสงแดดที่ตกกระทบ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดวัน ยามเช้าน้ำจะออกเป็นสีฟ้าอ่อน ยามบ่ายจะกลายเป็นสีมรกตเข้ม และยามเย็นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม
นอกจากความสวยงามของทะเลสาบแล้ว บริเวณโดยรอบของทะเลสาบปันกองก็ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่สูงตระหง่าน ทะเลทรายหินเกลือที่กว้างใหญ่ไพศาล และหมู่บ้านชาวพื้นเมืองที่น่ารัก
พาไปรู้จักกับ Hemis Gompa อารามทิเบตที่ยิ่งใหญ่และลึกลับ ตั้งอยู่ในหุบเขา Hemis ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ เมืองลาดัก ประเทศอินเดีย ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 45 กิโลเมตร
Hemis Gompa เป็นอารามขนาดใหญ่และสวยงามมาก อารามแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิม หลังคาของอารามเป็นสีแดงสด ประดับด้วยลวดลายดอกไม้และสัตว์มงคลต่างๆ ภายในอารามมีห้องโถงใหญ่และห้องพระมากมาย รวมถึงสมบัติทางศาสนามากมาย เช่น พระพุทธรูปทองคำ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ และเครื่องรางต่างๆ
DAY 7 Tsomoriri lake - Leh
เดินทางไปทะเลสาบโมริริ (Tso Moriri) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงของลาดัก ทะเลสาบแห่งนี้มีความสวยงามและน่าอัศจรรย์จนได้รับฉายาว่า “ไข่มุกสีเทอร์คอยในหุบเขาลาดัก” ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,522 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน น้ำทะเลสาบมีสีฟ้าเทอร์คอยใสราวกับคริสตัล สะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายระยิบระยับ มองดูแล้วสบายตาและสดชื่นสุดๆ
นอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว ทะเลสาบโมริริยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น จามรี แพะภูเขา นกยูง นกกระเรียน และสัตว์น้ำต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมความงามของทะเลสาบและสัตว์ป่าได้
การเดินทางไปทะเลสาบโมริรินั้นต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงจากเมืองเลห์ เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นถนนลูกรังที่สูงชันและโค้งหักศอก นักท่องเที่ยวควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด
DAY 8 Tsokar lake - Taglang la pass - Leh
เดินทางจากทะเลสาบ Tsomoriri ไปทะเลสาบ Tsokar lake ทะเลสาบสีมรกตขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา สิ่งที่ทำให้ทะเลสาบคาร์แห่งนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ สีของน้ำที่มักจะเป็นสีขาวขุ่นหรือสีชมพูอ่อน ๆ เนื่องจากมีแร่เกลือและตะกอนสะสมอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกหญ้าสีเหลืองและสีชมพูจะเริ่มผลิบานขึ้นรอบ ๆ ทะเลสาบ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ยิ่งดูสวยงามและโรแมนติกขึ้นไปอีก

แต่เมื่อถึงยอดเขาแล้ว คุณจะพบกับความประทับใจที่คุ้มค่ากับความเหนื่อยล้าที่ผ่านมา วิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยที่อยู่เบื้องหน้า สวยงามตระการตาราวกับภาพวาด เป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน
เตรียมตัวเที่ยวลาดักห์ยังไงให้สนุก ปลอดภัย และไม่ลำบาก
ลาดักห์เป็นดินแดนแห่งเทือกเขาหิมาลัยอันหนาวเหน็บ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยความสูงขนาดนี้ ร่างกายของเราอาจไม่คุ้นชินกับอากาศที่มีออกซิเจนเบาบาง ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่ออก ปวดหัว ไปจนถึงมีไข้และหนาวสั่นได้ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรเตรียมตัวให้ดี ดังนี้
ยา Diamox เป็นยาที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการ AMS แนะนำให้เริ่มกินก่อนเดินทาง 24 ชั่วโมง และกินต่อเนื่อง 2-3 วันหลังเดินทางถึงลาดักห์ ปริมาณยาขึ้นอยู่กับขนาดเม็ดยา โดยเม็ดขนาด 125 mg ให้กิน 1 เม็ดต่อทุก 12 ชั่วโมง และเม็ดขนาด 250 mg ให้กินครึ่งเม็ด
อากาศที่ลาดักห์หนาวเย็นตลอดทั้งปี ดังนั้นควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้ครบชุด อย่างน้อยมีเสื้อกันหนาว กันลม ถุงมือ ถุงเท้า หมวก และผ้าพันคอ
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอากาศที่หนาวเย็นด้วย เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ลาดักห์มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี แต่ช่วงหน้าหนาวจะหนาวจัดที่สุด (ประมาณ -20 องศาเซลเซียส) ส่วนช่วงหน้าร้อนอากาศจะเย็นสบาย (ประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส) ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวลาดักห์คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายน-พฤษภาคม) อากาศกำลังดี นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก
- ครีมกันแดด แว่นกันแดด เพื่อป้องกันแสงแดดแรงๆ
- ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ
- เงินสด (รูปี) แนะนำให้แลกเงินสดไปให้เพียงพอ เผื่อฉุกเฉิน
- สำเนาพาสปอร์ต เพื่อใช้ทำ inner line permit
ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยือน LEH LADAKH รับรองว่าจะต้องประทับใจในความงดงามของธรรมชาติอย่างแน่นอน
คำแนะนำอื่นๆ
- ลาดักห์เป็นดินแดนที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ดังนั้นควรแต่งกายให้สุภาพ
- อาหารท้องถิ่นของลาดักห์มีกลิ่นเครื่องเทศแรงๆ ใครที่กินยากอาจเตรียมเสบียงไปเอง
- อินเทอร์เน็ตในลาดักห์ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แนะนำให้เตรียมตัวตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วครู่
สรุป
เลห์เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมทิเบตแท้ๆ และความงดงามของธรรมชาติได้ อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดีก่อนออกเดินทางนะคะ คำแนะนำ ควรจองตั๋วล่วงหน้า โดยเฉพาะไฟลท์จากนิวเดลีไปเลห์ เนื่องจากมีจำนวนที่นั่งจำกัด หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวลาดักห์นะคะ
Ballbon's Dnp
photographer
DNP photographer ช่างภาพฟรีแลนซ์
Wedding | Graduations | Clothing| Events
Contact (work) LINE ID : datnaphat